สัญญาณที่จะพูดว่าคุณว่าคุณไม่เหมาะสมกับตลาดหลักทรัพย์??

“ตลาดค้าหุ้นไม่ใช่สถานที่ที่เหมาะสมกับทุกคน”


แม้ตลาดหลักทรัพย์จะสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างมากมายมหาศาลผ่านการลงทุนในหุ้นเรียงตัวแล้ว แม้กระนั้นตลาดหลักทรัพย์ก็มิได้มีแม้กระนั้นกลีบดอกกุหลาบเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถเอาชีวิตรอดอยู่ในตลาดค้าหุ้นได้ อะไรบ้างที่เป็นเครื่องกล่าวว่าพวกเราน่าจะหยุดลงทุนเอง และก็หันไปพึ่งกองทุนรวมได้แล้ว มาทดลองตรวจทาน 3 สัญญาณบอกว่าคุณไม่เหมาะสมกับตลาดค้าหุ้น ด้วยตัวเองกัน 1 คุณไม่ว่าง ตลาดหลักทรัพย์เสมือนคู่ควงข้าวใหม่ปลามันที่อยากได้ความพอใจจากคุณอยู่ตลอด ไม่ว่าคุณจะสมรสกับคุณมานานกี่สิบปีและตาม

นักลงทุนจำต้องติดตามข้อมูล เหตุการณ์ตลาด งบการเงิน ผลประกอบการ เทรนด์ธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ นักลงทุนจำต้องเสพข้อมูลอย่างเสมอ แม้กระทั่งมิได้เปิดมองตลาดหลักทรัพย์ตลอดระยะเวลา แต่ว่าก็จะต้องตั้งใจในโลกธุรกิจอยู่ตลอด หุ้นที่ซื้อทิ้งเอาไว้แล้วไม่ต้องติดตามอะไรเลยนั้นไม่มี มีเพียงแค่ติดตามน้อยหรือมากมาย ด้วยเหตุนั้น ไม่ว่ายังไง ตลาดหลักทรัพย์ก็ปรารถนาเวลาจากคุณอยู่ดี 2 คุณไม่วิชาความรู้ การเข้าตลาดค้าหุ้นแบบไม่มีความรู้ก็ราวกับการวิ่งเข้าสนามรบแบบไม่มีกระบี่ ไม่มีเสื้อเกราะ ไม่มีอะไรเลย Joel Greenblatt นักลงทุนระดับนานาชาติเคยเปรียบไว้ว่า

การเลือกหุ้นแบบไม่มีความรู้ เช่นเดียวกับการที่คุณถือไม้ขีดที่ก่อไฟอยู่ แล้ววิ่งเข้าไปในโรงงานระเบิดไดนาไมต์ คุณอาจจะรอด แต่ว่าคุณก็ยังทึ่มอยู่ดี วิชาความรู้สำคัญมาก และก็จำเป็นจะต้องเสมอสำหรับตลาดหลักทรัพย์ แน่ๆว่าความทราบสามารถศึกษากันได้ นักลงทุนที่ดีก็เลยจำต้องรักที่จะเรียนรู้ใส่ความทราบเกี่ยวกับการลงทุนทั้งยังทางตรง

แล้วก็ทางอ้อมเสมอ ปัญหาไม่ใช่การไม่มีความรู้เลย สามารถเล่าเรียนได้ แต่ว่าสิ่งที่เป็นปัญหาก็คือไม่มีความรู้และไม่คิดจะใส่ความทราบเพิ่ม อันนี้อันตรายอย่างยิ่ง ไม่เหมาะสมกับการจะมาออกศึกในสนามรบเลย 3 คุณปราศจากความรัก ความรักในที่นี้คือความรักต่อการลงทุนในหุ้นเรียงตัว หรือบางครั้งอาจจะเรียกโก้ๆว่า แพชชัน (passion) ก็ได้ สิ่งนี้สำคัญมาก บางครั้งก็อาจจะเยอะที่สุดใน 3 ข้อเลยด้วย ด้วยเหตุว่าแพชชันจะมีผลให้พวกเราหาเวลา แพชชันจะมีผลให้พวกเราใส่ความทราบ กล่าวถึงเรื่องแพชชันและรำลึกถึงคำบอกเล่าหนึ่งของ Warren Buffett ที่กล่าวว่า ไม่มีแพชชัน คุณจะไม่มีพลังงาน แล้วก็เมื่อคุณไม่มีพลังงาน คุณก็จะไม่เหลืออะไรเลย ขีดเส้นใต้ว่า ความรัก หรือ แพชชัน ที่เอ่ยถึงอยู่นี้ควรจะเป็นกรอบช่วงเวลาที่ค่อนข้างจะนาน

การหมดไฟ หรือ Burn Out กับการลงทุนในช่วงสั้นๆไม่นับเป็นข้อนี้ ถอยมาดูภาพใหญ่เสมอว่ายังอยากอยู่ในตลาดหลักทรัพย์อยู่ไหม เปรียบเทียบกับความเกี่ยวพันก็ได้ ไม่ใช่แค่ “ต้องการห่างกันครู่หนึ่ง” แต่ว่าเป็น “หมดความรักที่มีให้แล้ว” ถ้าหากเป็นข้อข้างหลังเมื่อไร ก็ตระเตรียมย้ายสำมะโนออกมาจากตลาดค้าหุ้นได้เลย สัญญาณเตือนเพียงแต่สัญญาณเดียวก็น่าจะให้พวกเรากลับมาทวนอย่างยิ่งหัวข้อการลงทุนของตัวเราเองแล้ว แม้กำลังสงสัยว่า พวกเรากำลังขาดบางสิ่งจนกระทั่งควรจะหันไปหาผู้ชำนาญมาลงทุนให้แล้วหรือยัง พวกเราบางทีก็อาจจะทดลองคอนเฟิร์มตนเองอีกทีด้วยผลตอบแทนย้อนไปของพอร์ตตนเองสัก 3 ปี ถ้าหากมองเปรียบเทียบกับตลาดแล้ว ยังแพ้ตลาดอย่างสม่ำเสมอ อย่างนี้พวกเราคงจะเอาเวลาไปดำเนินชีวิตเสียมากกว่า